100 คำแรกของลูก · คำไหนควรชวนพูดก่อน และลูก 2 ขวบพูดได้กี่คำ
สมาคม ASHA (อาช่า) ระบุว่าเด็กวัย 19 ถึง 24 เดือนใช้และเข้าใจคำศัพท์อย่างน้อย 50 คำ และเริ่มต่อคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปด้วยกัน ส่วน AAP (เอเอพี) ระบุว่าพอถึงวัย 2 ขวบ ลูกจะพูดได้ประมาณ 50 ถึง 100 คำ และใช้วลี 2 คำได้แล้วค่ะ คำแรกของลูกมักเป็นชื่อคน ของใช้ สัตว์ อาหาร และส่วนของร่างกายที่เจออยู่ทุกวันนะคะ
ลูกแต่ละวัยพูดได้ประมาณกี่คำ
ช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบ ASHA บอกว่าลูกจะพูดได้ 1 ถึง 2 คำ เช่น mama (มามา) dada (ดาดา) hi (ไฮ) และ bye (บาย) ค่ะ พอ 19 ถึง 24 เดือน ลูกจะใช้และเข้าใจคำต่างกันอย่างน้อย 50 คำ และเริ่มต่อคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป เช่น go outside (โก เอาท์ไซด์) ค่ะ
AAP บอกว่าพอ 2 ขวบ ลูกพูดได้ประมาณ 50 ถึง 100 คำ ใช้วลี 2 คำ และช่วงขวบครึ่งถึง 2 ขวบจะเรียนรู้คำใหม่ประมาณสัปดาห์ละ 1 คำค่ะ เด็กแต่ละคนต่างกันนะคะ ตัวเลขนี้ไว้ดูแนวทาง ไม่ใช่เส้นตาย สิ่งที่ทำได้ทันทีคือจดคำใหม่ของลูกลงมือถือ สัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ
คำแรกของลูกมักเป็นคำแบบไหน
ASHA บอกว่าคำศัพท์ของวัยนี้เป็นชื่ออาหาร ของเล่น สัตว์ และส่วนของร่างกาย ส่วน NHS (เอ็นเอชเอส) ของอังกฤษบอกว่าคำแรกมักเป็นคำเรียกชื่อของ เช่น plate (เพลท) cup (คัพ) banana (บานานา) แล้วค่อยตามด้วยคำกริยาและคำบอกลักษณะค่ะ
แปลว่าเริ่มจากของที่ลูกจับต้องได้ก่อนนะคะ ชี้ข้าวเหนียวแล้วพูดว่า ข้าวเหนียว ชี้แมวข้างบ้านแล้วพูดว่า แมว คืนนี้ลองเริ่มจากโต๊ะกินข้าวเลยก็ได้ค่ะ
รายการชวนคุย 100 คำ แบ่งเป็นกลุ่ม
รายการนี้ไว้ชวนคุยนะคะ ไม่ใช่เกณฑ์วัด ลองติ๊กคำที่ลูกพูดได้ แล้วชวนคำข้างๆ กันต่อค่ะ
- คนในบ้าน: พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า
- ร่างกาย: ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า แขน ขา ฟัน ผม
- อาหาร: ข้าว ข้าวเหนียว ไก่ทอด ไข่ ปลา หมู นม กล้วย มะม่วง แตงโม ขนม น้ำ
- สัตว์: หมา แมว ไก่ เป็ด นก ปลา กบ ช้าง ลิง ควาย
- ของเล่น: บอล ตุ๊กตา รถ หนังสือ กลอง บล็อก ลูกโป่ง ว่าว เชือก กล่อง
- ของใช้: ช้อน จาน แก้ว ผ้า เสื้อ กางเกง รองเท้าแตะ หมวก แปรง หวี
- รถและยานพาหนะ: ตุ๊กตุ๊ก รถเมล์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน จักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถเข็น
- รอบบ้านและธรรมชาติ: บ้าน ต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ แดด ฝน ดาว พระจันทร์ ดิน โคลน
- คำทักทายและคำสั้นที่ใช้บ่อย: สวัสดี บ๊ายบาย ขอบคุณ ขอโทษ ใช่ ไม่ใช่ เอา อีก หมด ไป
- คำกริยาและคำบอกลักษณะ: กิน นอน นั่ง เดิน วิ่ง ร้อง ร้อน เย็น ใหญ่ เล็ก
วิธีชวนลูกพูดในชีวิตประจำวัน
หัวใจคือคุยกับของจริงตรงหน้าค่ะ พูดชื่อของที่ลูกชี้ เว้นจังหวะให้ลูกได้ลองตอบ แล้วต่อคำของลูกให้ยาวขึ้นค่ะ
- พูดชื่อของที่ลูกชี้ ลูกชี้ไก่ทอดก็พูดว่า ไก่ทอด ค่ะ
- ถามแล้วเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ให้ลูกได้ลองตอบก่อนค่ะ
- ต่อคำจาก 1 คำเป็น 2 คำ ลูกพูดว่า หมา แม่ต่อว่า หมาเห่า ค่ะ
- คุยตอนอาบน้ำ กินข้าว ใส่รองเท้าแตะ พูดไปด้วยทุกขั้นตอนค่ะ
- อ่านหนังสือภาพด้วยกัน ชี้แล้วถามว่า ไหนแมว ค่ะ
เมื่อไรควรปรึกษาคุณหมอ
AAP ย้ำว่าถ้าพ่อแม่กังวลเรื่องภาษาของลูก ควรพาลูกไปรับการประเมินนะคะ ความกังวลของพ่อแม่สำคัญเสมอค่ะ
คุณหมออาจตรวจการได้ยิน และส่งต่อให้นักบำบัดการพูดและภาษาช่วยดูต่อค่ะ ไปปรึกษาไว้ก่อนดีกว่ากังวลอยู่คนเดียวนะคะ
ใช้ของรอบตัวและปั้นคำเล่นด้วยกัน
ของจริงในบ้านคือสื่อดีที่สุดค่ะ หยิบช้อนจริง ถ้วยจริงมาเรียกชื่อด้วยกันก่อน แล้วค่อยมาเล่นทบทวนบนจอด้วยกันนะคะ
ปั้นคำเป็นเว็บเกมคำศัพท์ไทยและอังกฤษ ฟรี ไม่มีโฆษณา ไม่ต้องโหลดแอป มีเสียงครูพูดทั้งไทยและอังกฤษ รวม 224 คำ 28 หมวดค่ะ ลองเปิด คลังคำศัพท์ แล้วเล่น กล่องคำศัพท์แรก ด้วยกัน หรือพิมพ์ บัตรคำพิมพ์ฟรี ไว้ชวนคุยตอนไม่เปิดจอก็ได้ค่ะ
ปั้นคำเป็นแค่ของเล่นที่พ่อแม่เล่นกับลูกนะคะ ตัวจริงที่ช่วยเรื่องภาษาคือการคุยกันสดๆทุกวันค่ะ
คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
ลูก 2 ขวบควรพูดได้กี่คำ
AAP ระบุว่าพอ 2 ขวบ ลูกพูดได้ประมาณ 50 ถึง 100 คำ ส่วน ASHA ระบุว่าวัย 19 ถึง 24 เดือนใช้คำอย่างน้อย 50 คำและเริ่มต่อ 2 คำค่ะ ถ้ากังวลปรึกษาคุณหมอนะคะ
ลูก 2 ขวบยังพูดเป็นคำๆเดียวอยู่ ควรทำอย่างไร
เรื่องนี้ต้องให้คุณหมอประเมินนะคะ สิ่งที่ทำได้คือชวนคุยให้มากขึ้น ต่อคำของลูกเป็น 2 คำ ถ้ายังกังวล AAP แนะนำให้พาลูกไปรับการประเมินค่ะ
รายการ 100 คำแรกต้องสอนให้ครบไหม
ไม่ต้องค่ะ รายการนี้ไว้ชวนคุย ไม่ใช่เกณฑ์วัด ลูกจำคำที่เจอบ่อยในชีวิตจริงได้ก่อนเสมอ เริ่มจากกลุ่มคนในบ้านและอาหารก็พอค่ะ
เล่นเกมคำศัพท์แทนการคุยกับลูกได้ไหม
แทนไม่ได้ค่ะ เกมเป็นแค่ของเล่นที่พ่อแม่เล่นกับลูก ตัวจริงคือการคุยกันสดๆ แนะนำให้เล่นเกมด้วยกันสั้นๆ แล้วปิดจอมาชี้ของจริงต่อนะคะ
แหล่งอ้างอิง
- ASHA · Communication Milestones 19 to 24 Months
- ASHA · Communication Milestones Birth to 1 Year
- AAP HealthyChildren · Language Delay
- NHS · Chatting and Building Sentences 2 to 3 Years
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับพ่อแม่ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ถ้ากังวลเรื่องพัฒนาการของลูก ปรึกษากุมารแพทย์หรือคลินิกพัฒนาการเด็กนะคะ